เป็นวันที่ 14 แล้วที่อยู่ที่รัสเซียและเป็นคืนสุดท้ายที่จะอยู่ที่นี่ ตอนนี้อยู่ที่ St.Petersburg จริงๆกิจกรรมที่มาเข้าร่วมจบไปได้ประมาณเกือบอาทิตย์นนึงแล้ว และก็บ้าจี้ตามคำยุยงของเพื่อนมาเที่ยวต่อด้วยกัน นั่งเครื่องจาก Vladivostok มายัง Moscow ใช้เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินถึง 8 ชั่วโมง เวลาทั้งสองที่ต่างกัน 6 ชั่วโมง ชั่งเป็นประเทศที่ใหญ่มโหฬารจริงๆ
ตอนนี้แอนอยู่ hostel ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เคยอยู่ Hostel ในนี้มีแต่คนเดินทาง คนเตียงข้างล่างอยู่รัสเซียมาสามเดือนแล้ว ผู้ชายที่กลับไปเมื่อวานเดินทางไปอินเดียต่อ ผู้หญิงอีกคนอยู่ Moscow มาอาทิตย์นึงและจะอยู่ St'peter อีกอาทิตย์นึง ส่วนเพื่อนคนเวียดนามที่แอนตกลงปลงใจมาด้วยกันก็อยู่อเมริกามา 6 ปี จีน 1 ปีและเคนย่าอีก 3 ปี การเดินทางสำหรับคนๆหนึ่งจะมีคำว่ามากเกินไปไหมนะ? การเดินทางสำหรับคนแถบยุโรปถือเป็นเรื่องปกติมากในขณะที่แถบบ้านเรายังยากอยู่มาก การ gap ชีวิตวัยเรียนในเมืองไทยกลายเป็นเรื่องต้องห้าม เด็กจบมัธยมหรอห้ามเที่ยว ต้องสอบเข้ามหาลัยเท่านั้น (ถ้าไม่งั้นปีหน้ามันจะเปลี่ยนระบบอีก 555) เราน่าจะบรรจุการเดินทางไว้ในหลักสูตรซะเลย อาจจะคล้ายๆกับสิงคโปร์ที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมก่อนหนึ่งปีถึงเข้ามหาลัยได้
การตกลงปลงใจเลื่อนวันเดินทางกลับเมืองไทยไปแม้ว่ากิจกรรมจะจบไปนานแล้วเพราะว่าถ้าให้มาเที่ยวอีกทีก็คงไม่มารัสเซีย ประกอบด้วยมันเลื่อนวันเดินทางได้โดยไม่เสียอะไร ขาดเรียนเพิ่มอีกแค่สองวัน (แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เรียน NREM อีกหนึ่งครั้ง) นอกจากนี้ยังมีเพื่อนไปด้วยและอยากเที่ยวด้วยตัวเองด้วย (ถึงแม้ว่าจะไม่ใช้ครั้งแรก) แต่เป็นครั้งแรกที่ต้องดูแลตัวเองแทบทั้งหมด ด้วยความที่ไม่ค่อยพร้อมทำให้เราไม่ค่อยรู้อะไร ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน รู้สึกเสียดายเหมือนกันถ้ารู้อะไรมาบ้างจะทำให้เราเสพสิ่งเหล่านั้นได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปความประทับใจกลับมา เราอยู่ Moscow กันแค่วันครึ่งและนั่งรถทัวร์อีก 12 ชั่้วโมงมายัง St.petersburg ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว เพื่อนไปไหนก็ห้อยตามเขาไป วันหลังๆเริ่มมีเวลาหาข้อมูลบ้าง แล้วก็ไม่ได้อยากไปที่ๆเพื่อนอยากไป เราก็เลยแยกกันมาเที่ยว วันนี้ออกไปเที่ยวคนเดียวทำให้เราต้องมีสมาธิมากๆ ดูเส้นทาง คอยระวังตัวเพราะว่าวันแรกที่มาโดนขโมย talking dict ไปแล้วหนึ่ง ระหว่างทางเดินกลับก็นึกถึงเรื่องของฝากแล้วก็เดินผิดทางกว่าจะรู้ตัวก็เลยมาไกลซะแล้ว ก็ต้องเดินย้อนกลับไป หนาวก็หนาว (ส่วนเรื่องเที่ยวๆและกิจกรรมนั้นเป็นไงยัง ถ้ามีโอกาสหรือถ้าอาจารย์อำนวยโอกาส อิอิ)
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินทางมาเมืองหนาว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่หนาวกว่าครั้งไหนๆ อากาศตอนนี้ก็ประมาณลบหกองศาได้ ทำเอาเลือดออกจมูกเลย แล้วเราก็ต้องออกไปเที่ยว ก็ไหนๆก็มาแล้ว หนาวอย่าบอกใครเชียว แอนเคยคิดว่าเมืองไทยแมร่งร้อนเป็นบ้าเลย อยากอยู่เมืองหนาว แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเมืองหนาวมันทรมานแค่ไหน หนาวจนมือเท้าไม่รู้สึก ขยับหน่อยก็เหมือนมีเข็มทิ่มแทง จมูกแดงหน้าแดง อาหารการกินก็ไม่ค่อยมีอะไร มีแต่ขนมปัง ผักผลไม้ก็แพงเหลือหลาย ที่นี่รู้แล้วว่าเมืองไทยของเราน่าอยู่แค่ไหน (ไม่รวมเรื่องการเมืองนะ)
การเดินทางไม่เคยมีคำว่าขาดทุน แต่การเดินทางทุกการเดินทางใช่ว่าจะสวยงามเสมอ...
9 comments:
หนาวๆ เหงาๆ เลยเขียนระบาย เผื่อจะมีคนเหงาเป็นเพื่อนกัน
ดีใจที่ได้อ่านเรื่องราวของการเดินทางในครั้งนี้นะ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ "ไม่ง่าย" สำหรับนักเดินทาง (ตัวแม่ 555+) อย่างแอน
ดีใจที่แอนได้มีการเรียนรู้
เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากตัวเองไปเที่ยวมาเอง ไปสัมผัสความหนาวแบบเหงาๆ มาด้วยตัวเอง
และดีใจมากมากที่แบ่งปันความเหงาจากเมืองหนาวมาให้ได้อ่านกัน
ป.ล.1 วันนี้เหงาๆ ไปหน่อยเหมือนกันที่ไม่มีสาวแว่นผมยาวหัวเถิกมาเข้าคลาส :)
ป.ล.2 ตกลงได้ขนรักแร้ปูตินมามะ คริคริ
ป.ล.3 ถ้าหนาวๆ ก็ "ผิงดาว" ได้นะ :)
กร้ากกก อยากไปบ้างอ่า นั่ววันทูโกถึงมั้ย หรือรถไฟฟรี ต่อขนส่งไหนได้บ้าง ฮ่า ๆ ๆ
รถไฟทรานไซบีเรียเลยพี่เวิฟ น่าไปมากๆอ่ะ
ปล.ไปช่วง summer นะ ^^
คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนฟ้า จากรักจากศรัทธา ของ"เรา"
สงสัยว่าจะขโมย talking dict ไปทำไม - -
^
ไปฝึกพูดภาษาไทย กร๊ากกกก
อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าสภาพแวดล้อมบ้านเราน่าอยู่แค่ไหน ถึงว่าโชคดีที่แค่ ทอคดิท หายนะครับไม่ใช่หนังสือเดินทางไม่งั้นยุ่งกว่านี้แน่นอน
อยากไปอ่าาา กร้ากกกก
Post a Comment