Monday, November 22, 2010

ตาข้าพเจ้ามั้งแล้วกับไตรภาค ภาค2

รอบนี้ไม่มีรูปมาให้นะ อ่านตัวอักษรกันอย่างเดียวละกันนะ
คราวที่แล้วพูดถึงชื่อภาษไทย รอบนี้พูดถึงอังกฤษบ้างละ
กว่าจะสะกดได้อย่างนี้(Wanit Wanichanont) มึนมาก เพราะมีหลายปากบอกหลายวิธีเขียนบอกหลายชื่อ เช่น wanich vanich อะไรพวกนี้แหละ นามสกุลก็อีก wanichanoon อะไรแบบเนี่ย ชื่อเล่นยที่เขียนอังกฤษก็มีปัญหานะครับเมื่อก่อนสำคัญชื่อผิดว่า lang-แร้ง จำได้ลางๆ ว่ามาเปลี่ยนถูกเพราะไปเห็นร้านค้าร้านหนึ่ง มีทั้งชื่อไทยและอังกฤษพร้อมกันให้ดู เขียนว่า leng ณ เวลานั้นปัญญาเกิดก้าวผ่านไปอีกขั้น บอกไว้ก่อนว่าร้านนั้นไม่ใช่เล้งนาฬิกานะครับ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นเจ้าของร้านด้วย ไม่งั้นรวยไปแล้ว และถ้าค้นหาในอาจารย์กู ด้วยชื่ออังกฤษถ้าค้สที่รูปภาพก็จะ.........โอ้ว แม่เจ้า
ไปดูเองละกัน
ขอพูดถึงตอนชีวิตมัธยมกันบ้าง จะเล่าเป็นแฟนหลินฮุ่ยนะ(ช่วงๆ)
ในตอนม.ต้นจำได้ว่าทำให้เพื่อนเดินกลับบ้าน(เอาตังค์มันมาแล้วลืมคืน)ระยะทางประมาณ 20 ป้ายรถเมล์ น่าสงสารเพื่อนนะ อ้อ ขอบอกก่อนละกันครับว่าชีวิตมัธยมอยู่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ซึ่งภายหลังถอดคำว่าวัดออก
มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เป็นคนที่ยอมรับว่าประสบการณ์ชีวิตมันโชกโชนมากแบบแปลกๆ ม.3 มันแต่งหญิงเป็นตุ๊ด ม. 4 เป็นเกย์ ม.5มันพาแฟนสาวมาหน้าตาเฉยเลย เป็นอะไรมากไหมฟะ เพื่อนคนนี้เนี่ย
นำเสนออีกคนเป็นคนที่มีภูมิต้านทานสูงมาก(นายเจ นามสมมุติ) รู้จักมันตั้งแต่ม.1 แล้วอ้อถ้าจำไม่ผิดมันนั่งใกล้กับเพื่อนที่ไม่เป็นผู้ชายละกัน(ได้ข่าวว่าทางบ้านสนับสนุน นายวาย นามสมมุติ) จนตอนใกล้จบถึงรู้ว่าตลอดหกปีนายเจ อยู่ห้องเดียวกับนายวาย โดยที่ไม่กลายพันธุ์ทั้งที่ช่วงม.ต้นเนี่ยคนที่นั่งรอบๆ มันกลายพันธุ์จากการเหนี่ยวนำของนายวายไปหมดเลยนะ
เรื่องถัดมาเป็นความน่าสงสารในสังคมหรือเป็นกำไรของเพศชายก็ไม่รู้ ตอนจบม.6 มีอยู่ห้องหนึ่งมีผู้ชายอยู่ประมาณ 5 คน จาก 60 คน...
ช่วงม. ปลายเป็นช่วงที่ขยันวาดการ์ตูนมากวาดเป็นเล่มๆ เนื่องจากได้อิทธิพลมาจากเพื่อนคนหนึ่งที่บ้าการ์ตูนมาก เนื้อเรื่องที่วาดต่อกันด้วยตอนหลังมาจบเรื่องนี้ตอนที่เข้าเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยนี่ละ เป็นการ์ตูนที่ลอกไอเดียเรื่องอื่นๆมาเยอะมาก หาสาระไม่ได้ด้วย วาดเพื่อสนองความอยากอย่างเดียว
นึกออกอีกอย่างแล้วเคยเล่นเกมส์เดิมพันกับเพื่อนใครแพ้ต้องทำงานเป็นเบ๊ให้อีกคน(บ้าบอไหมละ) ผลคือแพ้ขาดลอยละลิ่วปลิวละล่อนT.T ก็เลยเป็นเบ๊ให้มันวิชาที่มันใช้งานคือวิชาศิลปะนั่นเอง มันไม่ถนัด
มีเพื่อนนิสัยประหลาดอยู่อีกคนหนึ่ง ชอบถูศอกเกาศอกคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง เคยโดนบ้างเหมือนกัน หวังว่าตอนนี้มันคงหายนิสัยเพี้ยนแล้วนะ
และเพื่อนอีกคน...........โอตาคุ สว่างจิต เป็นคนที่บ้าการ์ตูน มังกะ อนิเม เกมส์ H มากโค ตะ ระ ค่อนข้างมั่นใจว่าคนในชั้นเรียนเรื่องการ์ตูนไม่มีใครชนะมันเด็ด เรื่องไหนที่ผมอ่านมันอ่านหมดทุกเรื่อง(เคยนับการ์ตูนที่ตนเองอ่านมีไม่ต่ำกว่า 50 เรื่องได้) ยอมรับมันเจ๋งมาก เป็าหมายคือ ทำเกมส์H ไอ้.........
อ่านมาถึงตอนนี้แล้วทุกๆท่านคงเข้าใจถึงความแปลกประหลาด และความบ้าของผมแล้วนะครับ ว่ามีความเป็นมาอย่างไรนะครับ
ในช่วงชีวิตตอนม.6 เลือกมาทางวิทยาศาสตร์เพราะว่า
1. เคยติดสอวน. ชีวะ แม้จะรอบแรกก็ตาม แต่รอบ2ก็หน้าด้านไปเรียนนะ
2.เคยคิดจะเข้าหมอแต่มองภาพหมอที่ตนเองอยากเป็นแล้วไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ประกอบกับเคยถามเพื่อนที่ยุให้ไปเป็นหมอว่า"ถ้ากูเป็นหมอแล้ว มึงจะมารักษากับกูไหมละ" คำตอบคือ ไม่ งั้นจะเป็นทำไมฟะ
3.เรียนชีววิทยาเข้าใจมากที่สุดวิชาเดียว
ก็เลยสอบตรงเข้ามหิดล รู้เรือ่งสอบตรง 3 วันสุดท้ายก็หมดเขต อ่านเวบ เรื่องสอบทุนแล้วมันไม่ค่อยเข้าใจประกอบกับมีเวลาเขียนเตรียมเอกสาร 3 วัน เราเอาสอบแบบปกติความถนัดตามวิชาชีพก็ได้ฟะ ในตอนนั้นตั้งเป้าเข้าคณะวิทย์เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามแต่มีแอบไปสอบหมอด้วย
สำหรับภาค 2พอแค่นี้ละครับ ภาค3 ก็คงเป็นภาคมหาประลัยนั้นละครับถ้าหารูปได้จะเอามาลงนะครับเพราะไม่ได้ตัดผมทรงนี้ทรงเดียวเท่านั้น

5 comments:

Desparado said...

อ่านแล้ว งง บ้าง

มี นามสมมุติ ด้วย เราอ่านข่าวสะ้เทือนขวัญอยู่หรือเปล่า เลยไม่สามารถเปิืดเผยได้

Halley said...

เล้งใช้ชื่อ "Leng" เพราะประสบการณ์จากการไปถามอากู๋ใช่มะ! หึหึ

Much More Than KIRK said...

1. นามสมมตินี่ ไม่ต้องสมมติก็ได้ใช่ป่าว นายเล้ง (นามสมมติ)

2. leng ในกูเกิ้ลนี่ Yein Leng ป่าว หุหุ

Zo said...

น่าจะแข่งกะ harry นะ ฮ่าๆ

Boss-BI#2 said...

จะเล่าเป็นแฟนหลินฮุ่ยนะ(ช่วงๆ) ^ ^ ฮาได้อีกอ่ะพี่