รอบนี้ไม่มีรูปมาให้นะ อ่านตัวอักษรกันอย่างเดียวละกันนะ
คราวที่แล้วพูดถึงชื่อภาษไทย รอบนี้พูดถึงอังกฤษบ้างละ
กว่าจะสะกดได้อย่างนี้(Wanit Wanichanont) มึนมาก เพราะมีหลายปากบอกหลายวิธีเขียนบอกหลายชื่อ เช่น wanich vanich อะไรพวกนี้แหละ นามสกุลก็อีก wanichanoon อะไรแบบเนี่ย ชื่อเล่นยที่เขียนอังกฤษก็มีปัญหานะครับเมื่อก่อนสำคัญชื่อผิดว่า lang-แร้ง จำได้ลางๆ ว่ามาเปลี่ยนถูกเพราะไปเห็นร้านค้าร้านหนึ่ง มีทั้งชื่อไทยและอังกฤษพร้อมกันให้ดู เขียนว่า leng ณ เวลานั้นปัญญาเกิดก้าวผ่านไปอีกขั้น บอกไว้ก่อนว่าร้านนั้นไม่ใช่เล้งนาฬิกานะครับ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นเจ้าของร้านด้วย ไม่งั้นรวยไปแล้ว และถ้าค้นหาในอาจารย์กู ด้วยชื่ออังกฤษถ้าค้สที่รูปภาพก็จะ.........โอ้ว แม่เจ้า
ไปดูเองละกัน
ขอพูดถึงตอนชีวิตมัธยมกันบ้าง จะเล่าเป็นแฟนหลินฮุ่ยนะ(ช่วงๆ)
ในตอนม.ต้นจำได้ว่าทำให้เพื่อนเดินกลับบ้าน(เอาตังค์มันมาแล้วลืมคืน)ระยะทางประมาณ 20 ป้ายรถเมล์ น่าสงสารเพื่อนนะ อ้อ ขอบอกก่อนละกันครับว่าชีวิตมัธยมอยู่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ซึ่งภายหลังถอดคำว่าวัดออก
มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เป็นคนที่ยอมรับว่าประสบการณ์ชีวิตมันโชกโชนมากแบบแปลกๆ ม.3 มันแต่งหญิงเป็นตุ๊ด ม. 4 เป็นเกย์ ม.5มันพาแฟนสาวมาหน้าตาเฉยเลย เป็นอะไรมากไหมฟะ เพื่อนคนนี้เนี่ย
นำเสนออีกคนเป็นคนที่มีภูมิต้านทานสูงมาก(นายเจ นามสมมุติ) รู้จักมันตั้งแต่ม.1 แล้วอ้อถ้าจำไม่ผิดมันนั่งใกล้กับเพื่อนที่ไม่เป็นผู้ชายละกัน(ได้ข่าวว่าทางบ้านสนับสนุน นายวาย นามสมมุติ) จนตอนใกล้จบถึงรู้ว่าตลอดหกปีนายเจ อยู่ห้องเดียวกับนายวาย โดยที่ไม่กลายพันธุ์ทั้งที่ช่วงม.ต้นเนี่ยคนที่นั่งรอบๆ มันกลายพันธุ์จากการเหนี่ยวนำของนายวายไปหมดเลยนะ
เรื่องถัดมาเป็นความน่าสงสารในสังคมหรือเป็นกำไรของเพศชายก็ไม่รู้ ตอนจบม.6 มีอยู่ห้องหนึ่งมีผู้ชายอยู่ประมาณ 5 คน จาก 60 คน...
ช่วงม. ปลายเป็นช่วงที่ขยันวาดการ์ตูนมากวาดเป็นเล่มๆ เนื่องจากได้อิทธิพลมาจากเพื่อนคนหนึ่งที่บ้าการ์ตูนมาก เนื้อเรื่องที่วาดต่อกันด้วยตอนหลังมาจบเรื่องนี้ตอนที่เข้าเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยนี่ละ เป็นการ์ตูนที่ลอกไอเดียเรื่องอื่นๆมาเยอะมาก หาสาระไม่ได้ด้วย วาดเพื่อสนองความอยากอย่างเดียว
นึกออกอีกอย่างแล้วเคยเล่นเกมส์เดิมพันกับเพื่อนใครแพ้ต้องทำงานเป็นเบ๊ให้อีกคน(บ้าบอไหมละ) ผลคือแพ้ขาดลอยละลิ่วปลิวละล่อนT.T ก็เลยเป็นเบ๊ให้มันวิชาที่มันใช้งานคือวิชาศิลปะนั่นเอง มันไม่ถนัด
มีเพื่อนนิสัยประหลาดอยู่อีกคนหนึ่ง ชอบถูศอกเกาศอกคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง เคยโดนบ้างเหมือนกัน หวังว่าตอนนี้มันคงหายนิสัยเพี้ยนแล้วนะ
และเพื่อนอีกคน...........โอตาคุ สว่างจิต เป็นคนที่บ้าการ์ตูน มังกะ อนิเม เกมส์ H มากโค ตะ ระ ค่อนข้างมั่นใจว่าคนในชั้นเรียนเรื่องการ์ตูนไม่มีใครชนะมันเด็ด เรื่องไหนที่ผมอ่านมันอ่านหมดทุกเรื่อง(เคยนับการ์ตูนที่ตนเองอ่านมีไม่ต่ำกว่า 50 เรื่องได้) ยอมรับมันเจ๋งมาก เป็าหมายคือ ทำเกมส์H ไอ้.........
อ่านมาถึงตอนนี้แล้วทุกๆท่านคงเข้าใจถึงความแปลกประหลาด และความบ้าของผมแล้วนะครับ ว่ามีความเป็นมาอย่างไรนะครับ
ในช่วงชีวิตตอนม.6 เลือกมาทางวิทยาศาสตร์เพราะว่า
1. เคยติดสอวน. ชีวะ แม้จะรอบแรกก็ตาม แต่รอบ2ก็หน้าด้านไปเรียนนะ
2.เคยคิดจะเข้าหมอแต่มองภาพหมอที่ตนเองอยากเป็นแล้วไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ประกอบกับเคยถามเพื่อนที่ยุให้ไปเป็นหมอว่า"ถ้ากูเป็นหมอแล้ว มึงจะมารักษากับกูไหมละ" คำตอบคือ ไม่ งั้นจะเป็นทำไมฟะ
3.เรียนชีววิทยาเข้าใจมากที่สุดวิชาเดียว
ก็เลยสอบตรงเข้ามหิดล รู้เรือ่งสอบตรง 3 วันสุดท้ายก็หมดเขต อ่านเวบ เรื่องสอบทุนแล้วมันไม่ค่อยเข้าใจประกอบกับมีเวลาเขียนเตรียมเอกสาร 3 วัน เราเอาสอบแบบปกติความถนัดตามวิชาชีพก็ได้ฟะ ในตอนนั้นตั้งเป้าเข้าคณะวิทย์เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามแต่มีแอบไปสอบหมอด้วย
สำหรับภาค 2พอแค่นี้ละครับ ภาค3 ก็คงเป็นภาคมหาประลัยนั้นละครับถ้าหารูปได้จะเอามาลงนะครับเพราะไม่ได้ตัดผมทรงนี้ทรงเดียวเท่านั้น
5 comments:
อ่านแล้ว งง บ้าง
มี นามสมมุติ ด้วย เราอ่านข่าวสะ้เทือนขวัญอยู่หรือเปล่า เลยไม่สามารถเปิืดเผยได้
เล้งใช้ชื่อ "Leng" เพราะประสบการณ์จากการไปถามอากู๋ใช่มะ! หึหึ
1. นามสมมตินี่ ไม่ต้องสมมติก็ได้ใช่ป่าว นายเล้ง (นามสมมติ)
2. leng ในกูเกิ้ลนี่ Yein Leng ป่าว หุหุ
น่าจะแข่งกะ harry นะ ฮ่าๆ
จะเล่าเป็นแฟนหลินฮุ่ยนะ(ช่วงๆ) ^ ^ ฮาได้อีกอ่ะพี่
Post a Comment