
สวัสดีค่ะ หลังจากได้อ่านของหลายๆคนไปแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะเขียนมั่งแล้วล่ะ ^^
ทุกคนมีที่มา มีเรื่องราว และมันเป็นสิ่งที่พิเศษ เพราะถ้าหากมันผิดเพี้ยนไปจากนี้แม้แต่น้อย มันก็อาจจะไม่ใช่เราในวันนี้ (จากหนังสือซักเรื่องนึง..)
นางสาวธนาลัย พูลศิริ ชื่อเล่น หยิน เกิดเมื่อเวลาตี 2 โดยประมาณของ วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2533 (เป็นความสับสนอยู่เสมอเวลาจะดูดวงตามหน้าหนังสือพิมพ์ ว่ามันนับเป็นวันจันทร์หรือวันอังคารในทางโหราศาสตร์ เลยอ่านมันทั้งสองวันนั่นแหละ)
พ่อเป็นคนจังหวัดลพบุรี เป็นครอบครัวทหาร แม่เป็นคนจีน อยู่ที่อ.เบตง จ.ยะลา พ่อกับแม่เป็นครู บรรจุเป็นครูที่จ.ตาก พบรัก และอยู่ด้วยกันมาจนทุกวันนี้ ลูกจึงเป็นคนจังหวัดตากโดยกำเนิด มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ หยี ห่างกันขวบครึ่งพอดี (พี่ สาวเกิด 1 พ.ย 31) ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน พี่เลี้ยงชีพด้วยการขาย Herbalife ตอนนี้เปลี่ยนมาขาย agel แล้ว เคยทะเลาะกันพอสมควร เรื่องการเริ่มต้นธุระกิจนี้ สุดท้ายเราก็แพ้ด้วยเหตุผลที่ว่า ..ชั้นเป็นพี่แกนะ!! ไม่เคยเถียงใครชนะ แม้ว่าเราจะมีเหตุผลที่เข้าท่ากว่า (ถ้าใครเคยสงสัยว่าพวกแท็กรูป ส่งเมลล์น่ารำคาญ มันเป็นใคร ก็พี่สาวดิฉันนี่แหละค่า)
บ้านที่อาศัยเมื่อครั้งอยู่จ.ตาก เป็นบ้านพักครู ห่างจากตัวเมือง 20 กม. ตื่นแต่เช้าไปเรียนทุกวัน(แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นนิสัย) การตื่นสายถือเป็นความผิดมหันต์ เพราะมันลำบากที่จะหารถไปส่ง รถที่นั่งไปเรียกว่ารถคอกหมู เพราะมันเหมือนรถขนหมู หน้าต่างรอบทิศ เวลาหน้าฝน เราต้องกางร่มเวลานั่งรถด้วย นั่งรถแบบนี้ตั้งแต่อนุบาล 1 จนจบ ม.6 ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรม หรือเรียนพิเศษกับใครเค้าเพราะต้องกลับบ้านเป็นเวลา เป็นคนที่จดจำรายละเอียดชีวิตไม่ค่อยได้ กะเวลาหรือปริมาณของอะไรไม่เป็น นับเงินทอนเงินนี่อย่าได้ถาม ช่วยคิดมาให้เสร็จเลยว่าฉันต้องจ่ายเท่าไหร่ เป็นคนเชื่อ คล้อยตามอะไรได้ง่าย ในวัยเด็กเวลาเปิดเทอมจะอยู่กับพ่อแม่ ปิดเทอมเล็กไปอยู่กับปู่ย่าที่ลพบุรี ปิดเทอมใหญ่ไปหาตาที่เบตง เป็นอย่างนี้ทุกปี ตอนอยู่กับปู่จะต้องไปเรียนว่ายน้ำกับคุณครูที่ใส่กางเกงลายเสือดาว กินข้าวเหนียวไก่ย่าง และวาดรูปเล่น ชอบวาดรูปโรงแรม วาดทุกวัน จินตนาการว่าแป็นเจ้าของ พอถึงวันที่พ่อจะมารับจะเลือกโรงแรมที่สวยที่สุดพับเป็นซอง เก็บเอาไว้ให้ ปิดเทอมใหญ่ไปหาตา หลาน 12 คนจะมารวมตัวกันในวันเชงเม้ง ต้องตื่นเช้ามากๆเพื่อไปกินติ่มซำ กลับมาก็เล่นไพ่ 12 คนก็ได้หลายวงอยู่ ตกดึกผู้ใหญ่ก็เปิดวงนกกระจอก นั่นคือที่จำได้
เป็นคนเมารถ อาการคือน้ำตาจะเริ่มใหลพราก ในรถจะมีถุงไว้เสมอๆ เป็นเด็กหน้าตาเหมือนเด็กดอย เค้าชอบบอกให้เราคอยหลบเวลาผ่านด่านแม่สอด เป็นเด็กตัวเล็ก(มาก) ผอม จนเค้าหาว่าเป็นพยาธิ ขึ้นรถเป็นหลับ ใกล้ไกลแค่ไหนก็ตาม ถ้ามีของให้เลือกกินจะกินอันที่น้อยกว่า เป็นเด็กติดบ้าน พ่อจะต้องเคี่ยวเข็ญ “ ออกไปเล่นสิ! ”
พ่อแม่เลี้ยงแบบ..ไม่รู้จะพูดยังไง เคยงอแงไม่ยอมไปเรียน บอกตามตรงว่าแค่อยากรู้ว่าแม่จะทำอย่างไร แม่ก็ไม่มีเวลาจะมาดูเรา เค้าต้องไปทำงาน จึงให้เราไปเลี้ยงวัวกับป้าข้างบ้าน -_-“ จากนั้นไม่เคยงอแงอีกเลย พ่อแม่ใช้ระบบสินเชื่อ เชื่อใจการตัดสินใจของลูก ทำให้เวลาเราจะตัดสินใจทำอะไรหน้าท่านจะลอยมาก่อนเลย
เรื่องเรียนความจำมันจะกระโดดๆ ได้ที่ 3 ตอนป.3 ที่ 1 ตอนป.6 สอบเข้ามัธยมได้ที่ 1 ของรร.ประจำจังหวัด(ปลื้มมม) ม.ปลาย ได้เข้า สอวน. อารมณ์ งงๆ สอบเพราะเขาสอบกัน ไปแบบไม่รู้ว่า 15 วันเค้าจะให้ไปทำอะไร หลุดไปจนถึงค่ายสาม ไปแข่งที่ม.เกษตร ถือเป็นจุดเปลี่ยนเหมือนกันที่พาเราเข้าสู่แวดวงวิทยาศาสตร์ เกรดม.ปลายได้ 4.00 เป็นที่ 1 ของรร. สอบติดรับตรงแพทย์มช. แต่สละสิทธิ์ โดนด่าเสียงขรม เพราะเป็นการคัดเอา 20 อันดับไม่เลื่อนอันดับ แต่พ่อแม่ไม่ว่าอะไร และมันก็เป็นบทเรียนสำคัญอีกอันหนึ่งในชีวิต ต่อมา ติดแพทย์ม.เนศวร และสละสิทธิ์ พ่อได้ซื้อตึกเพื่อทำเป็นหอพักไว้แล้ว แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร
ถึงตอนนี้(ตอนที่เขียนนี่ล่ะ)รู้สึกขอบคุณพ่อแม่มากๆ ที่เชื่อใจและให้เราได้ตัดสินใจในทางเดินของเรา รู้สึกว่ามันมีค่ามากๆ ทำให้เราตั้งใจ และจะพยายามมีชีวิตที่ดีต่อไป พยายามค้นหาตัวเองต่อไป
อ้อสุดท้ายเป็นคนที่ impress กับแทบจะทุกสิ่งในชีวิตที่เป็นเรา ตั้งแต่พื้นเพของพ่อแม่ วันเกิดของตัวเอง(วันแรงงานน่ะ)กับของพี่ที่เป็นวันที่ 1 เหมือนกัน ความเป็นลูกครึ่งของตัวเอง ชื่อของตัวเอง และ บลา บลา บลา อ่อ แล้วก็คงเป็นเหตุที่ทำให้ ตัวเล็กไม่กลายเป็นปมชีวิต
2 comments:
มีการเปลี่ยนรูปประกอบด้วย
เถียงใครไม่ทัน จริงเหรอ ? 555
Post a Comment