
สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลงผู้ร่วมเดินทางใน NREM 10 ทุกท่าน ผม นายวิเศษ บำรุงวงศ์ กลับมารายงงานตัวอีกแล้วครับทั่น (ทั้ง ๆ ที่เขียนเป็นโพสต์แรก) ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ อ้อ ไม่ลืมที่จะโปรโมตผลงานครับ ไปที่นี่ได้เลยคร้าบ เป็นบล็อกชิมอาหารครับ ใครต้องการรีเควสต์ร้านมาก็ยินดีครับ (แต่ถ้าแพงก็ช่วยค่าอาหารหน่อยก็ดี แหะ ๆ)
http://blokkirk.wordpress.com
ทำไมต้องวิเศษณ์นิยม
เป็นชื่อของยาสีฟันชื่อดัง แถมยังพ้องกับชื่อจริงตัวเอง บวกกับมีคำว่านิยมเป็นมงคลว่าจะได้รับความนิยม จึงใช้นามแฝงนี้เรื่อยมา และเรื่อยไป
ทำไมชื่อเล่นชื่อเกิ๊ก
เดิมชื่อ"เกริก" แต่พอดีอาม่าเรียกไม่ถนัด เอาง่าย ๆ เกิ๊กแล้วกัน ภายหลังมาพ้องกับชื่อดาราฝรั่ง Kirk Douglas เลยโป๊ะเชะชื่อนี้ไม่ขี้เหร่จะจะบอกให้
ชีวิตในวัยเด็ก
วัยเด็กเท่าที่จำได้(และรู้สึกอยากเล่า) เป็นวัยเด็กประถม ด.ช.เกิ๊กในตอนนั้น เป็นเด็กที่รักการอ่าน สนใจใคร่รู้ในเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะ อวกาศ ไดโนเสาร์ และปลาทะเล ด.ช.เกิ๊กเป็นคนที่จำเก่ง จำชื่อปลาทะเลในหนังสือทุกเล่ม จำว่ายานอวกาศอะไรไปสำรวจดาวไหนก่อนหลังอะไร จำได้แม้กระทั่งจีนัสของไดโนเสาร์เกือบทุกจีนัส ด.ช.เกิ๊กชอบวาดรูปไดโนเสาร์และปลาทะเลติดไว้ในห้องนอนตัวเอง มีหุ่นจำลองและหนังสือไดโนเสาร์จำนวนมาก สถานที่ที่ด.ช.เกิ๊กมักรบเร้าให้พ่อแม่พาไปอยู่บ่อย ๆ คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และร้านหนังสือ
นอกจากนี้ ด.ช.เกิ๊กเป็นเด็กที่ชื่นชอบเลโก้เป็นอย่างมาก และรู้สึกขอบคุณของเล่นชนิดนี้ที่สร้างให้ ด.ช.เกิ๊กมาเป็นวิเศษณ์นิยมอย่างทุกวันนี้ได้ รู้สึกว่าได้ใช้สมองทั้งสองซีกในการเล่นของเล่นเทพ ๆ ชนิดนี้
เหตุการณ์หักเหชีวิต (1)
ช่วงมัธยมปลายได้โอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ณ ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อกลับมา ผู้คนก็ถามถึงว่าได้อะไรจากที่นั่นบ้าง หากตอบแบบนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ดีก็คงตอบว่า ได้เรียนรู้วัฒณธรรม บลา ๆ ได้ภาษาญี่ปุ่น (ซึ่งติดตัวถึงทุกวันนี้) แต่สิ่งที่ได้จริง ๆ คือหลังจากติดตามข่าวการเมืองและสังคมตลอดที่อยู่ที่นู่น ผนวกกับซึมซับและเห็นสิ่งดี ๆ ของญี่ปุ่นเข้า จึงบังเกิดเป็นอุดมการณ์ที่ว่า เราต้องไปเป็นอะไรที่ช่วยสร้างสรรค์สังคม(ที่กำลังต่ำลง) ให้มาก
เหตุการณ์หักเหชีวิต (2)
เทอมที่แล้ว ได้มีโอกาสไปฝึกงาน ณ Washington University ครั้งนี้กลับมาตอบไม่ถูกเลยทีเดียวว่า "ไปทำแลปกลับมาเป็นไงมั่ง" เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นที่นั่นก็คือ ความตระหนักรู้อย่างหนักแน่นว่า ภาพตัวเองในอนาคต มองไม่เห็นนักวิทยาศาสตร์อยู่ในนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ในตอนแรก (ตอนนี้รู้กันเยอะแล้ว)
ต่อไปจะทำอย่างไร
ตอนนี้ทำอยู่หลายวิธีเพื่อการค้นพบตนเอง ทั้งอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ครุ่นคิดอย่างหนัก ศึกษานพลักษณ์ ฯลฯ แต่ก็พอลาง ๆ ว่ามีความสุขเมื่ออยู่กับอาหารและเทคโนโลยี ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า วิเศษณ์นิยมจะเป็นไปอย่างไรต่อไป
ความคิดส่วนตัว
คิดว่า ทุกคน เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติขั้นต้น ที่ไม่เหมือนกัน พร้อมกับทรรศนคติที่พัฒนาตามวัยและประสบการณ์ ให้มาทำหน้าที่ต่าง ๆ กันในสังคม แต่ละคนทำได้ดีที่สุดกับหน้าทีเพียงอย่างเดียว เป็นเหตุให้เฝ้าค้นหาตนเองเรื่อยมาว่า"เรา"นั้น เหมาะกับหน้าที่ไหนของสังคม แต่ขอให้เชิดชูสังคมให้งอกงามและเลี้ยงดูคนที่รักได้ก็น่าจะโอเค
แนวคิดต่อทรัพยากรณ์ธรรมชาติ
แต่ก่อนมีอุดมการณ์ทางพลังงานค่อนข้างมาก หวังกับพลังงานสะอาดที่ช่วยชะลอโลกจากภาวะโลกร้อนที่เลวร้ายลงเรื่อย แต่ไม่นานมานี้พึ่งตระหนักได้ว่า ยิ่งเราดิ้นรน สรรหาเครื่องมือเครื่องจักรแบบใหม่ เราก็ยิ่งฝากขยะและความร้อน(ตามหลักเทอร์โมไดนามิกส์) ไว้กับโลกมากกว่าเดิมมาก ๆ ในกระบวนการผลิต จึงหันมาสนใจการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้มากขึ้น ส่วนตัวคิดว่ามันทำได้เร็วกว่าและดีกว่าซะด้วย
สุดท้ายนี้อยากบอกกับอะไรกับคนอื่น
ฝากเนื้อฝากตัวกับผู้ร่วมชั้นทุกท่านด้วย มีอะไรคุยกันได้เต็มที่เลยครับ เป็นคนคุยสนุก ออกรสออกชาติ คุยได้ทุกเรื่อง ถึงไม่รู้เรื่องก็จะคุย ฮ่า ๆๆๆ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ
ปล. เข้าไปเยี่ยมบล็อกนักชิมกันบ่อย ๆ ครับ
วิเศษณ์นิยม (วิเศษ บำรุงวงศ์)
1 comment:
เมื่อก่อนแม่ก็ชอใช้วิเสษนิยม แต่เดี๋ยวนี้ใช้แอมเวย์แทนละ ฮ่า ๆ ๆ ส่วนตัวนะ โอทั้งคู่ ฟังสะอาดในราคาที่ต่างกันสุดขอบ
Post a Comment